รายละเอียดบทความ

วิธีการเลือกซื้อกีตาร์ไฟฟ้า สำหรับผู้เริ่มต้น
วิธีการเลือก ซื้อกีตาร์ไฟฟ้า สำหรับผู้เริ่มต้น


         ถ้าเราจะมีกีตาร์สักตัว เราต้องรู้อะไรบ้าง

ถ้าแบบกว้างๆก็คงมี ประมาณนี้ก่อนนะครับ

1. รูปทรง ซึ่งมีมากมายเหลือเกิน ซึ่งในกีตาร์แต่ละทรงแต่ละแบบนั้นก็มักจะให้เอกลักษ์ของโทนเสียงต่างกัน

ไป แม้ จะไม่ใช่ทั้งหมดเพราะมีองค์ประกอบอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งรูปทรงแบบไหนดีสุดคงไม่มีคำตอบให้

ครับ เพราะบางทีมันก็อยู่ที่ความพอใจและความชอบของแต่ละบุคล

2. ยี่ห้อของกีตาร์ ซึ่งในสว่นนี้อาจมีความสำคัญสำหรับบางคนแต่อาจไม่ใช่สาระสำหรับบางคนเช่นกัน

ซึง ถ้าเรามียี่ห้อที่ใช่อยู่ในใจแล้ว นั้นก็ทำให้เราสารถตีวงในการเลือกกีตาร์สักตัวมาคู่กายเราได้ง่ายขึ้น

แต่ ถ้าท่านไม่ซีเรียสมากว่าต้องเป็นยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ท่านก็จะมีตัวเลือกที่ มากมายเพิ่มขึ้นกับการหากีตาร์คู่ใจของ

ท่าน ซึ่งทั้ง2อย่างนี้ยืนอยู่บนพื้นฐานความพอใจของแต่ละบุคลครับ

3. งบประมาณ ซึ่งอันนี้ผมว่ามีความสำคัญมาก เพราะมันคือตัวกำหนดเลยว่าท่านจะสามารถมีตัวเลือกได้มาก

แค่ไหน ยิ่งงบมีมาทางเลือกของท่านก็จะมากขึ้น แต่นั้นก็ไม่ได้ความว่าเรามีงบประมาณจำกัดแปลว่าเราจะไม่มี

ตัวเลือก นะครับ ถ้าเรารู้จักที่จะเลือกอย่างใช้สติ และคุ้มค่าเงินทุกบาทที่จ่ายไป


ที่ นี้ถ้าท่านมีข้อสรุปใน3ข้อข้างบนได้พอสมครวแล้ว ท่านก็คงจะพอมีกีตาร์สักตัวในใจที่เล็งใว้แล้ว

ที่นี้ก็มาถึงการดู รายละเอียดปลีกย่อยต่อไปครับ ซึ่งนั้นก็คือความถนัดในการเล่น เสียง และเช็คการทำงาน

ของอุปกรณ์ทั่วไปของ กีตาร์

ซึ่งทั้งหมดข้างบน นี้ท่านเองละที่ต้องลอง ซึ่งมักมีอีกคำถาตามมาว่าเวลาไปลองกีตาร์เค้าลองอะไร อย่างไร

เพื่ออะไร ซึ่งผมจะกล่าวถึงพอเป็นข้อสังเกตุคร่าวๆนะครับ เพราะดว้ยรูปแบบของกีตาร์ที่หลายหลายเหลือเกิน

ผมคงไม่สามารถพูดถึง ลายละเอียดปลีกย่อยได้ทั้งหมดนะครับ



ไป ลองกีตาร์เค้าลองอะไรกัน แล้วต้องเล่นเพลงอะไรหรือครับ

นี่เป็นอีกคำถามที่เจอบ่อยสำหรับน้องๆ ที่หัดเล่นกีตาร์ ซึ่งอาจจะเป็นข้อกังวลใจของน้องๆบางท่านว่า

ไม่รู้จะเล่นอะไร เล่นไปก็อายเค้า ซื้อๆไปเลยหยิบและจ่ายเงินไปเลย แล้วค่อยกลับมาเล่นมาลองที่บ้านให้

ชุ่มใจ ซึ่งผมว่านั้นเป็นการกระทำที่ไม่ครวสักเท่าไรครับ เพราะถ้าท่านไม่ได้ลองหาข้อด้อย จุดเด่น

ความถนัด แล้วเมื่อท่านซื้อกลับมาบ้านแล้วมาพบเจอ นั้นคือปัญหาของท่านแล้วละครับที่ต้องมาทนกับปัญหา

ที่เกิดขึ้นจาก กีตาร์ที่ท่านไม่ลองก่อนซื้อ เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาศที่จะได้ลองกีตาร์ก่อนซื้อขอให้ลองไปครับ

การ ลองทดสอบเล่นกีตาร์ ที่เราจะซื้อไม่ได้หมายถึงเราต้องไปเล่นโชว์การปั่นการสวีฟ หรือเล่นเพลงยอดฮิต

หรอกครับ


มาเริ่มลองกีตาร์กัน เลยครับ

ขั้นแรกก็จับกีตาร์ขึ้นมาเลยครับแล้วตั้งสายกีตาร์ซะซึ่ง สำคัญมากถึงมากที่สุดสำหรับการตั้งสาย

เมื่อตั้งสายเสร็จแล้วลองเล่น ดูไม่ต้องเสียบแอมป์ก็ได้ครับ อ้าวแล้วจะเล่นอะไรละ

ผมก็ขอตอบว่าเล่นอะไรก็ได้ครับจะเป็นเพลง หรือไม่เป็นเพลงก็ได้ครับ ตีคอร์ดเฉยๆยังได้ เพราะนี้ไม่ใช้การ

โชว์บนเวทีครับ แต่เราต้องการรู้ว่าเราถนัดกับมันไหม เวลาเล่นแล้วถนัดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งกีตาร์ที่เราเล่นแล้ว

รู้สึกถนัด จะทำให้เราเค้นความสามรถเราออกมาได้มากกว่ากีตาร์ที่เราเล่นแล้วฝืนความ รู้สึกตัวเองครับ

ลองสะพายกีตาร์แล้วยืนเล่นกีตาร์ด้วยนะครับเพื่อ เช็คความถนัดในการยืนเล่นของเรา เพราคุณคงไม่สามารถนั่งเล่นกีตาร์ได้เสมอไปครับ


จากข้างบนก็มาต่อครับหลังจากลองเล่ลองดีดแค่วัดความถนัดคร่าวๆแล้ว ลองเช็คในจุดอื่นๆของกีตาร์ครับ

ขั้นแรกลองเช็คว่าสายมีอาการติดเฟรท ไหมเวลาดีดซึ่งทำง่ายๆโดยการกดที่ช่อง1สาย1 แล้วลองดีดดูว่าเสียง

ที่ออกมาเป็นไง มีเสียงที่สายกีตาร์กระแทกกับก้านเฟรทกีตาร์ไหม แล้วเสียงที่ได้มีความค้างยาว หรือหว้นสั้น

แบบใด ซึ่งถ้าเป็นปกติไม่มีปัญหาเสียงที่ได้ต้องมีความค้างยาวไม่ห้วนสั้นหรือมี เสียงสายตีกับก้านเฟรท

หลังจากนั้นก็ขัยบมากดที่ช่อง2สาย1 แล้วดีและฟังเสียงดูอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ขยับตำแหน่งกดไปเรื่องๆให้

ครบทุกช่องทุกสายครับ

ปล. ถ้าในบางเฟรทที่ดีดแล้วเกิดเสียงสายกระทบเฟรท นั้นไม่ได้หมายถึงกีตาร์ตัวนั้นมีปัญหาเสมอไปนะครับ

เพราะถ้าอาการ ที่มีไม่มากมายเราสามารถปรับแต่งแก้ไขได้ง่ายๆครับ



หลัง จากลองเช็คหาตำแหน่งบอดในคอกีตาร์แล้วที่นี้เรามาลองเช็คอุปกร์ต่างๆของ กีตาร์ว่าใช้งานได้100%

เริ่มจากการเสียบกีตาร์เข้าแอมป์แล้วลองเล่น ครับ เล่นเพื่ออะไรก็เพื่อเช็คการทำงานในส่วนต่างๆครับ

ขั้นแรกเลยของเช็ค พวกปุ่มปรับค่าโทนและวอลลุ่มในตัวกีตารืครับ ว่าเมื่อเราหมุนใช้งานมันแล้ว

มันทำงานตามที่เราควบคุมไหม ลองดีดกีตาร์แล้วหมุนเพิ่มหรือลดวอลลุ่มกีตาร์ทีละนิดแล้วดีดเช็คไปเรื่อยๆ

ว่า เสียงกีตาร์ที่เราได้ยินมันดังเบา ตามจังหวะที่เราหมุนวอลลุ่มกีตาร์ไหม

แล้วก็มาลองเช็คที่ปุ่มปรับโทน ของกีตาร์อีกทีโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับการเช็คการทำงานของวอลลุ่มกีตาร์

แต่ ทีนี้เราจะไม่ฟังความดังเบาของเสียงกีตาร์แต่เราจะเช็คว่าเมื่อหมุนปุ่มโทน ของกีตาร์แล้วเสียงกีตาร์ที่เราได้

ยินการเปลี่ยนแปลงของโทนเสียง ความทุ้มแหลม มากน้อยเพียงใด


หลังจากนั้นก็มาลองเช็ค ปิ๊คอัพและซีเลคเตอร์นะครับ ซึ่งทั้งpuและซีเลคเตอร์มีกี่แบบอันนั้นคงไม่ขอกล่าวถึง

ครับเพราะ มากมายเกินบรรยาย แต่ผมขอกล่าวถึงแค่การเช็คว่ามันทำงานเป็นปกติไหม เสียงเสียงรบกวนเวลา

เราใช้งานอุปกรณ์พวกนี้ไหม

ลองเล่นกีตาร์ไปแล้วลองสลับซีเลคเตอร์ขึ้นลงไปทีละนิดแล้วดีดไป เรื่อยๆนะครับ เช็คว่าในทุกตำแหน่งที่เรา

เลื่อนตำแหน่งซีเลคเตอร์ไป เสียงกีตาร์ที่ออกมา มันดังครบทุกตำแหน่งในการเลือกใช้งานไหม มีเสียงรบกวน

คอ๊กแค๊ก เวลาใช้งานไหม ซึ่งเสียงรบกวนนี้มักจะมาจากราบสกปรกที่ติดอยู่ตามหน้าสัมผัสของซีเลคเตอร์

ถ้า กีตาร์ตัวที่เราลองมีสวิชที่สามารถตัดคอยล์ของpu ได้ลองใช้งานมันดูแล้วฟังเสียงกีตาร์ว่ามีความเปลี่ยน

แปลงจากการใช้ งานไหม

ปล.ในการลองเทสข้อนี้อย่าลืมหมุนเปิดวอลลุ่มและโทนของกีตาร์ ด้วยนะครับ



ที่นี้มาเช็คที่รูเสียบแจ็ค ลองเล่นแล้วขยับตรงจุดนี้ดูครับว่ามีเสียงกีตาร์ออกมาเต็มไหม มีเสียงรบกวนไหม

ซึ่งถ้ามีปัญหานั้นอาจหมายถึงรูแจ็คสว่นนี้ของ กีตาร์มีปัญหาครับ


ย้อนกลับมาดูด้านบนกันบ้างที่นี้พูดถึงลูกบิดกีตาร์ ขั้นแรกลองใช้มือขยับและโยกที่ตัวลูกบิดดูว่า

แน่นหนาดีไหม และลองเทสตั้งสายดูว่า มีความเพี้ยนมากน้อยแค่ไหน โดยการเล่นและดีดกีตาร์ไปสักพัก

ลองดันสายขยี้สายกีตาร์สักครู่ ทีนี้ลองเล่นแบบจับคอร์ดดูแล้วฟังเสียงว่าเสียงกีตาร์ที่ได้มีความเพิ้ยนไหม

ซึ่ง ถ้าเพี้ยนจากที่เพิ่งตั้งสายใว้นั้นหมายถึงลูกบิดกีตาร์เรามีการคลายตัวครับ ซึ่งเป็นปัญหาให่ญสำหรับ

การเล่นเลยนะครับถ้าเราต้องคอยเล่นไปและ ตั้งสายไปทุกเพลง



ลองตรวจดูสภาพเฟรทว่าเป็นไงบ้างยิ่งถ้าเป็นกีตาร์มือ2 ยิ่งต้องดูในจุดนี้ว่าตัวก้านเฟรนมีสถาพดีไหม

ก้านเฟรทมีรอยหรือ เปล่าความสึกของก้านเฟรทมากน้อยแค่ไหน ตรวจดู ด้านข้างของ

เฟรทที่ติดกับตัวฟิงเกอร์บอร์ดไหม ติดแน่นไหม มีสว่นไหนง้างขึ้นมาหรือไม่ หรือปลายก้านเฟรทด้านข้าง

ล้ำออกมาจากฟิงเกอร์บอร์ดไหม ลองเอามือรูปด้านข้างของฟิงเกอร์บอร์ด ทั่วคอกีตาร์ว่ามีอาการสะดุดในจุดที่

เป็นด้านเฟรทไหม



ตรวจสอบสภาพคอ โดยทำได้โดยจับกี่ก้นกีตาร์ยกขึ้นให้ได้ระดับสายตาแล้วให้ตัวกีตาร์ขนานกับ พื้น

แล้วลองส่องดูว่าคอกีตาร์มีลักษณะบิดไหม ถ้าบิดนั้นถือว่าอาการหนัก เพราะการแก้ไขค่อนข้างยาก

และมีราคาพอสม ครว กีตาร์ตัวไหมมีลักษณะคอบิดครวหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะกีตาร์มือ2ตรงจุดนี้ต้อง เช็คให้

ครับ หลังจากดูว่าคอบิดไหม ทีนี้อีกครั้งว่าคอมีลักษณะ แอ่นหรือโค้งไหม ซึ่งตามปกติแล้วมันจะไม่เป็นเส้น

ตรงสักเท่าไรครับจะแอ่นเล็กน้อย ย้ำเพียงแค่เล็กน้อยนะครับ

ซึ่งอาการแอ่นหรือโค้งเล็กน้อยนี้สามารถ เป็บแต่งได้ที่เหล็กขันคอกีตาร์ครับ



ที่นี้ลองตรวจสภาพรวมๆของกีตาร์ด้วยตาเปล่าครับ ซึ้งอาจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า กีตาร์ตัวนีงานดี หรือไม่ดี

มีความประณีตในการทำมากน้อยสักแค่ไหน ซึ่งความประณีตนี้ราคากีตาร์ก็เป็นตัวชี้วัดได้บางสว่นครับ

เพราะ สว่นนี้มีผลกับความสวยงานของกีตาร์ถึงแม้บางทีจะไม่เกี่ยวกับการใช้งานเลยก็ ตาม


ทั้ง หมดนี้เป็นวิธีการเลือกซื้อกีตาร์แบบคร่าวๆสำหรับผมนะครับ ก็หวังว่าคงพอมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

ผมพยายามใช้คำที่มันเข้าใจ ง่ายๆสำหรับมือให่มแล้ว ซึ่งบางทีก็งงที่จะอธิบายในบางจุดดว้ยคำที่ทุกคนเข้าใจ

นะครับ ยังไงท่านอื่นมีอะไรจะเสริมก็เชิญนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

ปล กีตาร์ทุกตัวถ้าเป็นกีตาร์ให่ม สิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึงที่เราไม่ครวมองข้ามคือการ set up กีตาร์นะครับ

สำหรับมือให่มคงต้องเพิ่งช่างตามร้านก่อนละครับ แต่ก็สามารถทำเองได้ถ้ามีความเข้าใจพอ

ซึ่งก็สามารหาความรู้ได้ จากกระทู้อื่นที่เคยมีลงใว้นะครับลองหาอ่านดู


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : guitarthai.com

ผู้ลงบทความ : freemart